03 พฤศจิกายน 2559

“ฝนหมดปลาต้องหาน้ำ”

แสงแดดตะวันสายโด่ง ของวันจันทร์ที่ 17 เดือนตุลาคม 2559 .บ้านคุณแม่ฉลอม จบหล้า สมาชิกกลุ่มเกษตรธรรมทมอ โซนบ้านลำดวน ตำบลทมอ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งในวันนี้ก็ถึงวันนัดหมายพี่น้องสมาชิกกลุ่มเกษตรธรรมชาติทมอที่จะจัดกิจกรรมการเยี่ยมแปลงสมาชิก ซึ่งกิจกรรมนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญของกลุ่มและมีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นทุกปี
เวลา 09.30 .กระผมและทีมงานได้เดินทางไปถึงในพื้นที่ ลงจากรถจัดเตรียมข้าวของอุปกรณ์ ปากกา กระดาษ   แต่อ้าวทำไมมันช่างดูเงียบเชียบซะเหลือเกิน มองเห็นก็แต่เพียงแค่ หญิงชราคนหนึ่ง หญิงสาววัยกลางคนอีกคนหนึ่งซึงดูจากลักษณะการแต่งตัวแล้วน่าจะไม่ใช่คนที่เรารู้จักหรือเป็นพี่น้องสมาชิกกองทุนข้าวเราอย่างแน่นอนและเด็กๆอีก 3 คนกำลังเล่นของเล่นกันอย่างสนุกสนาน
นึกในใจเรามาผิดวันหรือเปล่า”  ทันไดนั้นหญิงสาวก็บอกเล่าออกมาว่า  กำลังคุยกันอยู่ที่สวนกล้วยหลังบ้านค่ะ”    อ๋อ  ขอบคุณครับ!
ผมและทีมงานที่ไปด้วยกันสามคน อ้อลืมบอกไปว่าวันนี้เรามากี่คนและเป็นกันใครบ้าง ทีมงานของเราที่ลงพื้นที่ในวันนี้เรามาด้วยกันทั้งสิ้น 3คน มีผม เจ้าหน้าที่ส่งเสริม นิ่ม(เจ้าหน้าที่โครงการเกษตรกร) และพี่โอ๋ เจ้าหน้าฝ่ายข้อมูล (ช่างภาพ)
เอาล่ะ เข้าเรื่องกันซะที
                วันนี้เป็นกิจกรรมการเยี่ยมแปลงพี่น้องสมาชิกกลุ่มเกษตรกรธรรมชาติทมอ
กลุ่มเกษตรธรรมทมอ มีสมาชิกกลุ่มทั้งสิ้น 68 ราย มีพื้นที่การผลิตมากกว่า 3,000 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลทมอ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ มีโซนพื้นที่ย่อยตามหมู่บ้าน 4 โซนพื้นที่ได้แก่ 1.บ้านโดนเลงไต้โดนเลงเหนือ 2.บ้านลำดวนดวล  3.บ้านทมอโคกเพรช  4.บ้านสก็วลเฉนียง 
ดำเนินกิจกรรมกลุ่มโดยมีแกนนำที่มีประสบการณ์และความรู้ในเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์จำนวนหลายคน กิจกรรมของพี่น้องสมาชิกที่ทำในเรื่องของเกษตรก็มีหลากหลายรูปแบบ
ทั้งการทำนาอินทรีย์  การปลูกผักอินทรีย์  การเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ โครงการปุ๋ยหมักอินทรีย์กลุ่มทมอ
 10.00 .พี่น้องเดินทางมาถึง ณ.ที่นัดหมาย
วัตถุประสงค์กิจกรรม
1.เสริมสร้างกำลังในการผลิตให้กับสมาชิก
2.เปิดเวทีการเรียนรู้การแลกเปลี่ยนระหว่างสมาชิกเก่า-ใหม่
3.สร้างความเข้มแข็งของกระบวนการผลิตพืชที่ออกสู่ตลาดสีเขียว
การดำเนินการ
การกำหนดประเด็นในการลงพื้นที่เยี่ยมแปลง
1.ระบบการการทำนาหรือการผลิตข้าว
2.การใช้ปัจจัยการผลิตที่สอดคล้องกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
3.ระบบการผลิตที่หลากหลาย  เกษตรกรผสมผสาน
4.เยี่ยมให้กำลังใจสมาชิกใหม่
สมาชิกที่มาทั้งสินในวันนี้ 36 ราย จาก 68 คิดเป็นเปอร์เซ็นที่มา เพียงแค่ 52.9%ของสมาชิกที่มา
แบ่งทีมลงพื้นที่ ออกเป็น 3 ทีมและวางแผนไปเยี่ยมสมาชิกทั้งสิ้น 6 ราย
ในส่วนการลงพื้นที่เราได้กำหนดประเด็นที่จะเรียนรู้ให้กับพี่น้องสมาชิกออกไปแล้วอย่างชัดเจน
ทีม1 ภาคภูมิ อินทร์แป้น ลงพื้นที่เยี่ยมแปลง นางอำไพร เกิดเหลี่ยม และนางดำเนิน ประโนรัมย์ ซึ่งเป็น
สมาชิกใหม่ของกลุ่มทมอ


เริ่มทำเกษตรอินทรีย์กับกองทุนข้าวฯ ในปี  2557 
อำไพ  เกิดเหลี่ยมทำนา 20 กว่าไร่ ในบ้านมีการเลี้ยงหมูเพื่อเป็นรายได้เสริม
ดำเนิน  ประรัมย์ ทำนา ทำนา 24 ไร่ เป็นสมาชิกใหม่ ของกลุ่มเริ่มมีความสนใจอยากทำแปลงเกษตรอินทรีย์ที่หลากหลาย
ทีม 2 สำราช ทองเอี่ยม ลงพื้นที่เยี่ยม แปลง นางเพลียว  ฉายแก้ว และนางพนม  สุปิงปรัส


แม่เพลียว  ฉายแก้ว มีพื้นที่ทำนา 25 ไร่  มีแปลงการปลูกพืชที่หลายหลาย เช่น พริก กล้วย ตระไคร้ ข่า
ปัจจุบัน เป็นแม่ค้าตลาดนัดสีเขียว ขายทุกวันเสาร์ของสัปดาห์
พนม  สุปิงปรัส ทำนา 32 ไร่ เริ่มมีความสนใจอยากทำแปลงเกษตรที่หลากหลาย
ทีม 3 รุ่งโรจน์ ขจัดโรคา ลงพื้นที่เยี่ยมแปลง นายประโยชน์  ดวงจิตร และนางพิมพ์จันทร์ ประทุมทอง

ประโยชน์  ดวงจิตร  ทำนา 27 ไร่ มีแปลงเกษตรที่หลากหลาย มีการปลูกพืชที่หลากหลายเช่น ผักบุ้ง พริก ขิง ข่าตระไคร้  ปัจจุบันเป็นพ่อค้าตลาดนัดสีเขียว ขายพืชผักทุกวันเสาร์ของสัปดาห์
พิมพ์จันทร์  ประทุมทอง ทำนา 53 ไร่  มีระบบการผลิตที่หลาก เช่น มีการเลี้ยงสัตว์ วัว ควาย หมู ปลา เป็ดไก่  เพื่อสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่งนอกเหนือจากการทำนา






การเยี่ยมแปลงของกลุ่มทมอ มีนัยที่สำคัญในหลายๆเรื่องแอบซ่อนอยู่  ในการนำเสนอในครั้งนี้ จะขออธิบายในมุมความเข้าใจและการมองเห็นความสำคัญของเรื่องนี้โดยตัวผู้เขียนเอง
การทำเกษตรกรอินทรีย์อินทรีย์ ในสถานการณ์ทุกวันนี้โดยความเข้าใจของผมแล้ว ในทุกวันนี้มันไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่สำหรับ สังคมในปัจจุบันจากประสบการณ์ในการทำงานส่งเสริมในปีแรกผมกับพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ในปี 2556 ถ้าพูดถึงเรื่องคำว่าเกษตรอินทรีย์หลายคนจะมองไปแค่เรื่องของการใช้ปุ๋ยเคมี การใช้กำจัดสัตรูพืช ซึ่งได้ยินจากหลาย ๆ พื้นที่  มุมมองแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องธรรมโดยความเชื่อที่ถูกทำมานาน
                พอในปี 2557 มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในหลายๆพื้นที่ของประเทศไทย คือราคาผลผลิตข้าว ดูเหมือนจะไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่นัก หลายคนเริ่มได้ยินการโฆษณา ผ่านสื่อต่างๆ เรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์ การทำเกษตรปลอดสารเคมี  จนในที่สุดทางการก็ชูนโยบาย เกษตรยั่งยืนออกมา  แน่นอนว่ากระแสก็ตามมา หลายกลุ่มหลายพื้นที่ เกิดโครงการโน่นนี่นั่น ตามมา แน่นอนว่ากระแสเกษตรอินทรีย์ได้รับความนิยม แบบชั่วข้ามคืน
ปี 2558 ในความรู้สึกของผมเองเริ่มมีความมีความคิดสำหรับคำว่าเกษตรอินทรีย์ คงไม่ใช่เรื่องที่ท้าทายแล้ว เพราะไปหมู่บ้านไหนเข้าหมู่บ้านไหน ก็มีให้เห็นมีการพูดคุยกันมากขึ้น 
เมื่อมองย้อยกลับมาที่ตัวเองก็เริ่ม เห็นอะไรบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นและมีอยู่แล้วกับพี่น้องสมาชิกองทุนข้าวฯ นั่นคือเรื่องการทำเกษตรที่หลากหลาย  การทำระบบเกษตรกรที่ไม่ใช่เพียงแค่การปลูกข้าว พี่น้องหลายคนในกองทุนข้าวฯ รู้เรื่องนี้ มีประสบการณ์กับเรื่องนี้
การสร้างการเอาตัวรอดกับสถานการณ์ในกระแสการผลิต ของสังคมเกษตรกรรมในปัจจุบัน มันเป็นเรื่องที่หลายๆคนมองผ่าน เพราะยังหลงใหลมักคุ้นกับสิ่งที่เขาหยิบยื่นให้ เพียงเพราะผลประโยชน์อะไรบาง ผมไม่ขออธิบาย
แน่นอนว่าขอกล่าวเพียงสั้นๆว่าจากที่ที่ผมอธิบายข้างต้น คือ การทำเกษตรกรอินทรีย์ทำแค่ข้าวอย่างเดียวไม่พอ
หรือภาษาวัยรุ่นจะบอกว่า มันเชย ตกยุคไปแล้ว
เมื่อมองผ่านกิจกรรมการเยี่ยมแปลงของกลุ่มเกษตรกรธรรมทมอ จะเห็นได้ว่าสมาชิกหลายคนมีการทำเกษตรที่หลากหลายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญ คือการสร้างความเชื่อมั่นของระบบการผลิตที่หลากหลาย ที่จะถูกส่งต่อ   “พี่น้องอย่าอยู่ภายได้ เอาความอยากเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เพียงเห็นคนอื่นทำได้เราก็ทำได้  แต่จุดเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญ  การเริ่มต้นมีความคิดที่อยากจะทำถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างมันต้องค่อยๆ คิดค่อยๆ ทำ(ภาคภูมิ  อินทร์แป้น) 17/10/2559
ทำไมปลาต้องหาน้ำ  ในเดือนตุลาม-เดือนพฤศจิกายนของทุกปี จะเป็นช่วงของฤดูปลายฝนต้องหนาว  เมื่อครั้งหนึ่งผมเคยลงพื้นที่ในเขตอำเภอท่าตูม  เห็นชาวบ้านขี่มอเตอร์ไซต์ผ่านไปผ่านมาเลยเกิดคำถามในใจและถามออกไปว่า เขามาทำอะไรกัน คำตอบที่ได้คือ  ปลามันบืนตายหาน้ำตั้วหมายความว่าฤดูฝนจะหมดปลาจะต้องตะเกียกตะกายเพื่อหาแหล่งน้ำที่มีขนาดใหญ่
ก็เช่นเดียวกันถ้าตราบใดที่พี่น้องเกษตรกรยังรอความหวังกับการผลิตที่มีเพียงอย่างเดียว ก็จะมีความเสี่ยง แต่ถ้าปรับตัวให้เหมือนปลาที่หาแหล่งน้ำใหญ่ ก็จะมีโอกาสเอาตัวรอดจากสภาวะสังคมเกษตรกรรมที่มันเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

วรรณลพ สุขาวาปี

                                20/10/2559